คอลลาเจน Type 1, 2, 3 ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนตามอาการ [2569]
เปรียบเทียบคอลลาเจน Type 1, Type 2, Type 3 ต่างกันยังไง เหมาะกับอาการอะไร ผิว ข้อ กระดูก — ข้อมูลจากงานวิจัย เลือกให้ตรงเป้าหมาย
ภญ.สมหญิง รักสุขภาพ
ตรวจสอบโดย นพ.สมชาย สุขภาพดี
คำตอบสั้น
คอลลาเจนในร่างกายมีมากกว่า 28 ชนิด แต่ Type 1, 2 และ 3 คือชนิดที่สำคัญที่สุด — Type 1 พบมากสุด (90%) ดูแลผิว ผม เล็บ กระดูก / Type 2 เน้นกระดูกอ่อนและข้อต่อ / Type 3 ทำงานคู่กับ Type 1 ดูแลผิวหนัง หลอดเลือด อวัยวะภายใน การเลือกคอลลาเจนควรดูตามเป้าหมาย: อยากผิวดีเลือก Type 1+3, ปวดข้อเลือก Type 2
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง
สารบัญ
ทำไมต้องรู้จัก Type ของคอลลาเจน?
คอลลาเจนไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว — ในร่างกายมนุษย์มีคอลลาเจนมากกว่า 28 ชนิด แต่ละชนิดทำหน้าที่ต่างกัน อยู่ในอวัยวะต่างกัน
ปัญหาคือ หลายยี่ห้อโฆษณาว่า “มีครบทุก Type” หรือ “Type 1-5 ในซองเดียว” ซึ่งฟังดูดี แต่ความจริงคือ การเลือกให้ตรงกับเป้าหมาย สำคัญกว่าการรวมทุก Type ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว
คอลลาเจน Type 1 — ตัวหลักของผิว กระดูก ผม เล็บ
Type 1 คือคอลลาเจนที่พบ มากที่สุด ในร่างกาย คิดเป็นประมาณ 90% ของคอลลาเจนทั้งหมด
Type 1 พบในผิวหนัง เอ็น กระดูก ฟัน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เป็น Type ที่ถูกศึกษามากที่สุดในงานวิจัยเรื่องผิวพรรณ โดยเฉพาะงานวิจัยของ Proksch et al. (2014) ที่พบว่าการกินคอลลาเจนเปปไทด์ 2.5-5 กรัม/วัน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวได้
แหล่งที่พบมาก: คอลลาเจนจากปลา (Marine Collagen) และ คอลลาเจนจากวัว (Bovine Collagen)
ใครควรเน้น Type 1?
- ต้องการดูแล ผิวพรรณ — ลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น
- ต้องการเสริม กระดูก ให้แข็งแรง
- ต้องการบำรุง ผม เล็บ ให้แข็งแรง
คอลลาเจน Type 2 — ตัวเก่งเรื่องข้อต่อ
คอลลาเจน Type 2 (หรือ คอลลาเจนไทพ์ทู) เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักของ กระดูกอ่อน (cartilage) — เนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างข้อต่อ ทำหน้าที่เป็นตัวกันกระแทกและช่วยให้ข้อเคลื่อนไหวได้ลื่น
เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกอ่อนจะสึกหรอ ทำให้เกิดอาการ ข้อเข่าเสื่อม ปวดข้อ ข้อแข็ง ซึ่ง Type 2 คือตัวที่ถูกศึกษาเรื่องนี้มากที่สุด
UC-II คืออะไร?
UC-II (Undenatured Type II Collagen) เป็นรูปแบบพิเศษของ Type 2 ที่ ไม่ผ่านการย่อย (ไม่ hydrolyzed) ทำงานผ่านกลไก oral tolerance ของระบบภูมิคุ้มกัน — กินปริมาณน้อยเพียง 40 มก./วัน
งานวิจัยของ Lugo et al. (2016) พบว่า UC-II 40 มก. ได้ผลดีกว่ากลูโคซามีน+คอนดรอยติน ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม
ℹ Type 2 กับ UC-II ต่างกัน
Type 2 ที่ hydrolyzed แล้ว (ย่อยเป็นเปปไทด์) ต้องกิน 1-10 กรัม/วัน ให้สารอาหารเสริมเพื่อซ่อมแซมกระดูกอ่อน ส่วน UC-II ไม่ผ่าน hydrolysis กิน 40 มก. ทำงานผ่านกลไกภูมิคุ้มกัน เลือกให้ถูกประเภทก่อนซื้อ
ใครควรเน้น Type 2?
- มีอาการ ปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม
- ออกกำลังกายหนัก ข้อต่อรับแรงกระแทกมาก
- ผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลกระดูกอ่อน
คอลลาเจน Type 3 — คู่หูของ Type 1
Type 3 มักพบ ร่วมกับ Type 1 ในผิวหนัง หลอดเลือด และอวัยวะภายใน เช่น ลำไส้ มดลูก
Type 3 มีบทบาทสำคัญในช่วง ซ่อมแซมบาดแผล — ร่างกายจะสร้าง Type 3 ก่อน แล้วค่อยแทนที่ด้วย Type 1 ในภายหลัง
คอลลาเจนจากวัว (Bovine Collagen) มักมี ทั้ง Type 1 และ Type 3 ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับในร่างกาย
เปรียบเทียบ: Type 1 vs Type 2 vs Type 3
| คุณสมบัติ | Type 1 | Type 2 | Type 3 |
|---|---|---|---|
| สัดส่วนในร่างกาย | ~90% | ~10% | ~5-10% |
| พบมากใน | ผิว กระดูก เอ็น | กระดูกอ่อน ข้อต่อ | ผิว หลอดเลือด อวัยวะ |
| เป้าหมายหลัก | ผิวพรรณ กระดูก ผม เล็บ | ข้อต่อ ข้อเข่า | ผิว หลอดเลือด ซ่อมแซมแผล |
| แหล่งที่มา | ปลา วัว หมู | กระดูกอ่อนไก่ | วัว (ร่วมกับ Type 1) |
| ปริมาณแนะนำ | 5-10 ก./วัน | 40 มก. (UC-II) หรือ 1-10 ก. | มักมาร่วมกับ Type 1 |
| งานวิจัยรองรับ | มากที่สุด | มาก (โดยเฉพาะ UC-II) | ปานกลาง |
เลือก Type ไหนตามเป้าหมาย?
อยากผิวดี ลดริ้วรอย: เลือก Type 1 (หรือ Type 1+3) — คอลลาเจนจากปลา (Marine Collagen) เป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะมี Type 1 สูงและขนาดโมเลกุลเล็ก
ปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม: เลือก Type 2 — โดยเฉพาะ UC-II 40 มก./วัน ที่มีงานวิจัยรองรับชัดเจน
ดูแลสุขภาพรวม: เลือก Type 1+3 จากวัว (Bovine Collagen) ที่ให้ทั้ง Type 1 และ 3 ตามธรรมชาติ
✓ ข้อดี
- • Type 1: งานวิจัยเยอะที่สุด หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง เหมาะกับผิว/กระดูก
- • Type 2 (UC-II): กินน้อยแค่ 40 มก. ได้ผลดีกับข้อเข่า มีงานวิจัย RCT
- • Type 3: ทำงานร่วมกับ Type 1 ดีมาก ช่วยเรื่องหลอดเลือดและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
✗ ข้อเสีย
- • Type 2 (UC-II): แพงกว่า ไม่ช่วยเรื่องผิว ไม่ควรกิน Type 2 hydrolyzed สลับกับ UC-II
- • Type 3: ไม่ค่อยมีขายแยก มักมาร่วมกับ Type 1 ในคอลลาเจนวัว
- • ผลิตภัณฑ์ 'ครบทุก Type': มักใส่บางชนิดน้อยมาก ดูปริมาณจริงในฉลาก
⚠ ระวังการอ้าง 'ครบทุก Type'
ผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ามี “Type 1-5 ครบในซองเดียว” มักใส่บางชนิดในปริมาณน้อยมากจนไม่เห็นผล เลือกตาม เป้าหมาย ของคุณ แล้วดูปริมาณจริงในฉลากจะดีกว่า
สรุป: เลือก Type ให้ตรงเป้า
ไม่จำเป็นต้องกินครบทุก Type — สิ่งสำคัญคือเลือกให้ ตรงกับปัญหา ของคุณ กินใน ปริมาณที่เพียงพอ และ กินต่อเนื่อง อย่างน้อย 8-12 สัปดาห์
สำหรับคนส่วนใหญ่ที่อยากดูแลผิวพรรณ Type 1 จากคอลลาเจนปลาขนาด 5-10 กรัม/วัน คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
📚 แหล่งอ้างอิง
- Proksch E, et al. Oral supplementation of specific collagen peptides has beneficial effects on human skin physiology. — Skin Pharmacol Physiol. 2014;27(1):47-55
- Lugo JP, et al. Undenatured type II collagen (UC-II) for joint support: a randomized, double-blind, placebo-controlled study. — J Int Soc Sports Nutr. 2013;10(1):48
- Shoulders MD, Raines RT. Collagen structure and stability. — Annu Rev Biochem. 2009;78:929-58
อ่านเพิ่มเติม
- คอลลาเจนเปปไทด์ vs ไดเปปไทด์ vs ไตรเปปไทด์ — เปรียบเทียบขนาดโมเลกุล
- คอลลาเจนผง vs เม็ด vs น้ำ — เปรียบเทียบรูปแบบการกิน
- คอลลาเจนช่วยอะไร? 15 ประโยชน์ — สรรพคุณที่พิสูจน์แล้ว
- คอลลาเจนกินตอนไหนดี? — เวลาที่เหมาะสม
- กินคอลลาเจนแล้ว ห้ามกินอะไร? — ข้อห้ามและข้อควรระวัง
- คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี? — เปรียบเทียบยี่ห้อยอดนิยม
❔ คำถามที่พบบ่อย
คอลลาเจน Type 2 คืออะไร?
คอลลาเจน Type 1 กับ Type 3 กินพร้อมกันได้ไหม?
คอลลาเจน Type 2 กินร่วมกับ Type 1 ได้ไหม?
UC-II คืออะไร ต่างจาก Type 2 ปกติยังไง?
✦ บทความที่เกี่ยวข้อง
คอลลาเจน Type 2 (ไทพ์ทู) คืออะไร — UC-II vs Hydrolyzed Type II ตัวไหนดี?
6 นาที
ความรู้เชิงลึกคอลลาเจนช่วยอะไร? 15 ประโยชน์ที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ [2569]
7 นาที
ความรู้เชิงลึกคอลลาเจนได้ผลจริงไหม? รวมหลักฐานวิทยาศาสตร์ที่คุณควรรู้
11 นาที
ความรู้เชิงลึกคอลลาเจนไดเปปไทด์ คืออะไร ดีกว่า Hydrolyzed ปกติยังไง? (Di-Peptide vs Tripeptide)
6 นาที
เขียนโดย
ภญ.สมหญิง รักสุขภาพ
เภสัชกร / ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ
อัพเดตล่าสุด 12 มี.ค. 2569
"ทุกบทความเขียนจากประสบการณ์จริง และอ้างอิงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PubMed/Cochrane"